Posts under ‘ไม้’

ประโยชน์ของไม้ยูคา

ประโยชน์ของไม้ยูคา
ไม้ยูคาเป็นไม้ที่ได้รับการปลูกเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากความต้องการในการใช้ไม้ยูคาในด้านต่างๆ มีอยู่มากมายหลายอย่าง เช่น ขายไม้ยูคาเพื่อนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ ทำกระดาษ ถ่านไม้ยูคา ขายไม้ยูคาสับเพื่อนำไปใช้ในการทำไม้อัด เป็นต้น ซึ่งการปลูกเพื่อขายไม้ยูคานี้ สามารถทำได้ง่าย เนื่องจากไม้ยูคาสามารถขึ้นได้ในพื้นที่แห้งแล้ง และใช้เวลาปลูกเพียงไม่กี่ปีก็สามารถขายไม้ยูคาได้แล้ว ซึ่งการขายไม้ยูคาจะสามารถขายเพื่อไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆได้ อย่างเช่น สามารถขายไม้ยูคาเพื่อใช้ในการเผาถ่านเพื่อเป็นเชื้อเพลิงได้ตั้งแต่ไม้ยูคามีอายุ 2 หรือ 3 ปี ส่วนไม้ยูคาอายุ 3 ปีขึ้นไป ก็สามารถขายไม้ยูคาเพื่ออุตสาหกรรมการทำกระดาษได้ และไม้ยูคาอายุห้าปีขึ้นไป ก็สามารถขายไม้ยูคาให้กับอุตสาหกรรมการก่อสร้างได้ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ผู้ปลูกสามารถขายไม้ยูคาได้โดยใช้เวลาในการปลูกน้อยมาก ดังนั้นจึงมีผู้ที่ปลูกไม้ยูคาเพื่อขายไม้ยูคาเป็นจำนวนมาก โดยอาจจะปลูกเป็นสวนไม้ยูคาเพื่อขายไม้ยูคาเพียงอย่างเดียว หรือปลูกร่วมกับพืชเกษตรชนิดอื่นๆเพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินให้เต็มที่ก็ได้

ตัวอย่างการเลือกใช้ไม้สำหรับงานก่อสร้าง

ตัวอย่างของการใช้ไม้สำหรับงานก่อสร้างแต่ละประเภท
- การทำเสาบ้าน ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้ประดู่ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้สัก ไม้อินทนิล และไม้มะค่าโมง
- การทำเสาเข็ม ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้งิ้ว ไม้ยาง และไม้เบญจพรรณทั่วไป
- การทำเสาเขื่อนในน้ำ ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้ตะเคียน ไม้อินทนิล และไม้เนื้อแข็งทั่วไป
- การทำคานและมนที่รับน้ำหนัก ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้เนื้อแข็งทั่วไป หรือไม้ตะเคียน ไม้ประดู่ ไม้เต็ง ไม้รัง
- การทำฟืน ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้สัก ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง
- การทำวงกบประตูหน้าต่าง ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้เนื้อแข็งทั่วไปหรือไม้สัก ไม้เต็ง ไม้รัง
- การทำม่านประตูหน้าต่าง ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้สัก ไม้ตะแบก ไม้ก้านเหลือง
- การทำฝาหรือฝ้า ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้ยาง ไม้พะยอม ไม้ตะแบก ไม้ยมหอม
- การทำไม้แบบคอนกรีต ไม้ที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้ยาง [...]

รู้จักไม้เนื้อแกร่ง

รู้จักไม้เนื้อแกร่ง
1. ไม้มะค่าโมง เป็นไม้เนื้อแกร่งที่มีลำต้นขนาดใหญ่แต่มีความสูงของลำต้นไม่มากนัก พบได้ในป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ เนื้อของไม้มะค่าโมงเป็นสีน้ำตาลเหลือง เนื้อไม้หยาบมีเสี้ยนค่อนข้างสน ทำการไสกบได้ยาก เมื่อไม้มะค่าโมงแห้งดีแล้วจะสามารถทำการตกแต่งได้ง่าย ขัดและชักเงาได้ดี ในการใช้ประโยชน์ มักนำไปทำเสา ไม้หมอนรางรถไฟ หรือใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ เป็นต้น และด้วยความที่ไม้มะค่าโมงมีลายที่สวยงาม จึงมีการนำไปใช้ทำพวกเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆ ด้วย
2. ไม้ประดู่ชิงชัน เป็นไม้ที่มีลำต้นขนาดปานกลางจนถึงขนาดใหญ่ พบได้ในป่าเบญจพรรณทั่วไป เนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทานและเหนียวมาก เนื้อไม้เป็นสีม่วงแก่มีเส้นสีดำอ่อนแทรก เนื้อไม้มีความละเอียดปานกลาง สามารถทำการไสกบ ตกแต่ง และชักเงาได้ดี เมื่อทำการชักเงาเสร็จแล้วเนื้อไม้จะมีลวดลายและสีสันที่สวยงาม นิยมนำไปใช้ประโยชน์ในการทำเครื่องเรือน เช่นตู้ โต๊ะ ด้ามเครื่องมือต่างๆ เก้าอี้ แกะสลัก เป็นต้น

ประเภทของไม้

ประเภทของไม้
ไม้เป็นวัสดุแข็งที่ทำจากแก่นลำต้นของต้นไม้จำพวกไม้ยืนต้น โดยแบ่งประเภทของไม้ได้ดังนี้
1. ไม้เนื้อแข็ง มีความแข็งแรงสูงสูงกว่า 1000 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ได้แก่ ไม้สัก ไม้แดง ไม้เคี่ยม ไม้แอ๊ก ไม้หลุมพอ ไม้เสลา ไม้สักขี้ควาย ไม้เลียงมัน ไม้รัง ไม้ยมหิน ไม้มะค่าโมง ไม้มะเกลือเลือด ไม้ประดู่ ไม้เต็ง ไม้ตะบูนดำ ไม้ตะคร้อหนาม ไม้ตะคร้อไข่ ไม้กันเกรา เป็นต้น
2. ไม้เนื้อแข็งปานกลาง มีความแข็งแรง 600 ถึง 1000 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ได้แก่ ไม้เหียง ไม้รกฟ้า ไม้ยูง ไม้มะค่าแต้ ไม้พลวง ไม้นนทรี ไม้ตาเสือ ไม้ตะแบก ไม้ตะเคียนหนู ไม้ตะเคียนทอง ไม้กว้าว เป็นต้น
3. ไม้เนื้ออ่อนที่มีความแข็งแรงต่ำกว่า 600 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ได้แก่ ไม้อินทนิล ไม้สัก ไม้ยางแดง ไม้พะยอม ไม้พญาไม้ ไม้ทำมัง [...]

การเลือกไม้มาใช้งาน

การเลือกไม้มาใช้งาน
ในงานก่อสร้างไม้เป็นวัสดุที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสามารถนำไม้ไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายวิธี การเลือกไม้เพื่อนำไปใช้งานจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยการเลือกไม้ไปใช้งานมีหลักในการพิจารณาดังนี้
- การเลือกไม้มาใช้ในงานที่ต้องแบกรับน้ำหนักโดยตรง ได้แก่ ไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงของโครงสร้างโดยไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงาม ไม้จำพวกนี้จะต้องทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักและแรงต้านต่างๆ ความแข็งแรงของเนื้อไม้จึงเป็นปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา ดังนั้นการเลือกไม้มาใช้ในงานประเภทนี้จึงต้องเลือกไม้เนื้อแข็ง ที่มีเนื้อไม้แน่นเหนียว แข็งแกร่ง ไม่เปราะง่ายและไม่มีรอยชำรุดเสียหาย เช่น รอยแตกร้าว การบิดงอ หรือเป็นไม้ที่มีรอยผุ และต้องเป็นไม้ที่ผ่านการผึ่งจนได้ที่แล้ว
- การเลือกไม้มาใช้ในงานฝีมือ ไม้ที่ควรเลือกมาใช้ในงานประเภทนี้จะต้องเป็นไม้ที่สามารถแบกรับน้ำหนักและแรงต้านได้ดีเหมือนไม้ประเภทใช้แบกรับน้ำหนักโดยตรง แต่งานไม้ฝีมือจำเป็นต้องใช้ไม้ที่มีความสวยงามมากกว่าความแข็งแรง เพราะต้องนำไท้ไปประกอบเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น เครื่องเรือน โต๊ะ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การเลือกไม้มาใช้ในงานฝีมือจึงมีข้อกำหนดในการพิจารณาหลายอย่าง ไม้นั้นจะต้องเป็นแก่นไม้ที่มาจากต้นไม้ที่สมบูรณ์มีการเจริญเติบโตเต็มที่ เป็นไม้ทีหดตัวแล้วเมื่อนำมาใช้งานจะต้องไม่เกิดการบิดโค้งของเนื้อไม้ มีสีสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นอีกทั้งยังต้องมีลวดลายที่สวยงาม และเป็นไม้ที่มีตาน้อยไม่มีรอยผุ รอยด่างหรือร่องรอยการเน่าเปื่อยของเนื้อไม้